วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

(Album) เพลงชนเผ่าอาข่า โดยกลุ่มดนตรีหมู่บ้านลีผ่า จ.เชียงราย

เมื่อครั้งยังเยาว์...อิอิ บอกใบ้อายุ(ซะงั้น) เคยมีโอกาสได้ทำกิจกรรมกับ NGO ที่ชื่อ กลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา โดยการได้ขึ้นไปเป็นครูอาสายังหมู่บ้านของชาวเขาที่จังหวัดเชียงราย โนโครงการอาสาสมัครครูบ้านนอก

แม้จะได้ไปเพียงครั้งเดียว แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่จดจำได้ไม่รู้ลืม แม้ตอนนั้นการดำเนินงานขององค์กรนี้ในเรื่องของแผนงานจะไม่ชัดเจนนักสำหรับสิ่งที่ชาวเขาจะได้รับจริงๆ แต่ถ้าในแง่ของคนที่ขึ้นไปสัมผัสนั้นก็ถือว่าได้รับเต็มๆ กับการนอนในบ้านของชาวเขาจริงๆ ออกไปทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันเยี่ยงชาวเขา สัมผัสวิถีชีวิต ให้อะไรมากมายสำหรับคนเมืองแท้ๆ อย่างฉัน และตอนนี้องกร์นี้ก็ยังคงอยู่







ลองฟัง...เพลงอาโด๊ะ (พี่ชาย)



เชิญหยิบไปฟังได้ที่นี่ เฉพาะเพลง 1. อาโด๊ะ (พี่ชาย) [4shared] หรือ ทั้งอัลบัม (mediafire)

เข้าไปเยี่ยมชมเวปไซต์ของมูลนิธิกระจกเงาได้ที่ http://www.mirror.or.th/ ซึ่งโครงการอาสาสมัครครูบ้านนอกนี้ก็ยังมีอยู่ ใครสนใจละก็เชิญค่ะ

ทอดด์ ทองดี (TODD LAWELLE) กับอัลบัมจังหวะแผ่นดินและชีวิตโปร่ง

พอดีไปเจอมา ก็เลยเอามาอัพลง Host ที่คงทนหน่อย แต่ตอนนี้มี Host ไทยด้วย ลิ้งค์ตามเมื่อไหร่ รบกวนบอกกันนะคะ

อัลบัมจังหวะแผ่นดิน
- เพลงหัวใจพลอย upload.one2car.com หรือ www.mediafire.com

เพราะตามหาเพลงนี้...ชอบที่สุด ^_^


- เพลงแม่น้ำความรัก upload.one2car.com หรือ www.mediafire.com

- เพลงรักษา upload.one2car.com หรือ www.mediafire.com

- เพลงสันติสุข upload.one2car.com หรือ www.mediafire.com

- เพลงอย่าปิดประตู upload.one2car.com หรือ www.mediafire.com


เพลง Isan Funk - Rhythm of the Earth เป็น file FLV ค่ะ

หยิบไปฟังได้ที่นี่ www.4shared.com



และอัลบัมชีวิตโปร่ง (Acoustic Life) หยิบไปฟังได้ที่นี่ www.4shared.com

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

บางกอกไซโลโฟน (Bangkok Xylophone) [Album]

วันนี้ขอนำเสนอวง Bangkok Xylophone กับอัลบัมในชื่อเดียวกับวงนี้ ที่แปลว่าระนาดนั่นเอง วงนี้หาข้อมูลได้ยากมาก แต่ก็จัดว่าเป็นวงแนวหน้า กับเพลงในแนว Thai contempolary music คือ การนำเพลงไทยเดิมมาเรียบเรียงใหม่ โดยยังคงมีกลิ่นอายของเพลงไทยเดิม (Thai classical music) ผสมผสานกับดนตรีในแนวแจ็ซ และ ออเครสตร้าแบบตะวันตก

ผู้นำวงคือ คุณป๋อม หรือ ชัยยุทธ โตสง่า อดีตสมาชิกวงบอยไทย ผู้มี ฉายาว่า ระนาดเทวดา เป็นน้องชายของ ขุนอินทร์ ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า จึงเป็นได้ว่าแนวเพลงในอัลบัมชุดนี้ มีความคล้ายคลึงกับเพลงของบอยไทยอยู่ไม่น้อย บางเพลงได้มีการสอดแทรกเนื้อร้องในภาษาสเปนลงไป เพิ่มความเป็นสากลมากขึ้น และแน่นอนเครื่องดนตรีไทยชิ้นเด่นๆ คงหนีไม่พ้นระนาดนั่นเอง



Album: Bangkok xylophone
Artist: Bangkok xylophone
File type: MP3 (rar)
Bit rate: 128 kbps
Size: 48.1 MB

Track List:
1. ลาวดวงเดือน
2. Oriental Express
3. ล.ลิง ส.เสือ
4. ตะวันลา
5. ฝากฟ้าทะเลฝัน
6. Bangkok Funky
7. Crystal Island
8. ขปล.
9. Duo Tosa-nga
10. San Sebastian
11. ล.ลิง ส.เสือ Remix
12. ความคิดถึง (Bonus Track)

เชิญหยิบไปฟังได้ที่นี่ rapidshare หรือ mediafire

อย่าลืมช่วยอุดหนุนศิลปินไทยเท่าที่จะพอช่วยกันได้นะ
เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเหล่าศิลปินได้สร้างผลงานดีๆ ให้พวกเราฟังนะ

เพลงเทศกาลลอยกระทง (Album)

รวมบทเพลงเทศกาลลอยกระทง (Music for Loy Krathong Festival)
ครบทุกเวอร์ชั่น (Thai, English, Cantonese)



File type: MP3 (rar)
Bit rate: 320 kbps

Track List (14 tracks)
1. ลอยกระทง : ดอน สอนระเบียบ (English)
2. ลอยกระทง : ฉันทนา กิติยาพันธ์ (English)
3. รำลงลอยกระทง : คลื่นลูกใหม่สุทราภรณ์
4. รำวงลอยเรือ : คลื่นลูกใหม่สุทราภรณ์
5. รำวงคืนลอยกระทง : คลื่นลูกใหม่สุทราภรณ์
6. ลอยกระทงดิสโก้ : เพียงพิศ ศิริวิไล
7. ลอยกระทงดิสโก้ : เพียงพิศ ศิริวิไล (English)
8. เต้นรำวันลอยกระทง : เศรษฐา ศิระฉายา
9. ลอยกระทง : เศรษฐา ศิระฉายา (English)
10. ข้างขึ้นเดือนหงาย : เศรษฐา ศิระฉายา
11. Full moon : เศรษฐา ศิระฉายา (English)
12. รำวงลอยกระทง : เทวัญ ทรัพย์แสนยากร (บรรเลง)
13. รำวงลอยเรือ : เทวัญ ทรัพย์แสนยากร (บรรเลง)
14. ลอยกระทงดิสโก้ : หมีเซียะ (กวางตุ้ง - Cantonese)

หยิบไปฟังได้ที่นี่ Part 1, Part 2

อย่าลืมช่วยอุดหนุนศิลปินไทยเท่าที่จะพอช่วยกันได้นะ
เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเหล่าศิลปินได้สร้างผลงานดีๆ ให้พวกเราฟังนะ

Thai Elephant Orchestra



Thai Elephant Orchestra is a musical ensemble consisting of as many as sixteen elephants near Lampang in Northern Thailand. The elephants play music (essentially as conducted improvisations) on enormous specially designed musical instruments. The orchestra was created and is conducted by elephant conservationist Richard Lair of the Thai Elephant Conservation Center and the American composer/performer Dave Soldier. They have two CDs released on the Mulatta Records label and a third is in the works.

Song Title
1. Thung Kwian Sunrise 6:06
2. Temple Music 2:58
3. Rainforest 1:48
4. JoJo 3:44
5. Duo for Renats 1:41
6. Big Band 2:52
7. Swing Swing Swing 3:44
8. Percussion Trio 2:32
9. Luuk Kob's Diddley Bow Feature 4:27
10. Harmonica Music 4:55
11. Heavy Logs 4:46
12. Now We're Off to Paint 4:32
13. Elephant Field Recordings 3:39
14. Somneuk & Four Elephants 3:20
15. Trio for Therimin & Electric Keyboard 2:02
16. Ken's Wind Instrument 2:49
17. Big Elephant Saddle 4:09
18. Somneuks's Renat Solo 2:22
19. Chang Chang Chang 0:30

Downlad (83.54 MB) Mediafire, rapidshare

And another album...


- Read more about this album www.mulatta.org

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ล.รัก ล.ลิลิต ลิลิตพระลอ...ละครเวทีร่วมสมัย

เพราะทำงานเกี่ยวกับคนป่วย เมื่อไหร่ที่มีโอกาสจึงพยายามหาอะไรสวยๆ งามๆ ใส่สมองบ้าง มีโอกาสได้ไปดูละครเวทีเรื่อง ล.รัก ล.ลิลิต ลิลิตพระลอ มาหมาดๆ (เมื่อคืนนี้เอง) เปิดทำการแสดง ณ ภัทราวดีเธียเตอร์ โรงละครกลางสวน ซอยวัดระฆัง



โดยดัดแปลงมาจากนิทานล้านนาเรื่อง ลิลิตพระลอ ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่ถูกบรรจงแต่งขึ้นอย่างประณีตงดงาม มีความไพเราะของถ้อยคำ และเต็มไปด้วยสุนทรียศาสตร์ จนได้รับยกย่องจาก ‘วรรณคดีสโมสร’ ให้เป็นยอดแห่งลิลิตของไทย มาจัดสร้างเป็นการแสดงใน Style Thai Contemporary ผ่านศิลปะการแสดง ดนตรีและนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัย

ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน (ผู้กำกำการแสดง) นำเสนอแบบละครซ้อนละคร ที่มีตัวละครยุคใหม่ ดนตรีสมัยใหม่ นำแสดงโดย สราวุฒิ มาตรทอง และ ลานนา คัมมินส์ รวมทั้งการนำศิลปินมือไวโอลินระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา (Kyle Dillingham) มาเชื่อมโลกแห่งวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ยิ่งทำให้เรื่องราวธรรมะสามารถเข้าถึงคนยุคใหม่และนำมาใช้จริงในเหตุการณ์ยุคปัจจุบันได้ง่ายดายมากขึ้นอีกด้วย



ปูพื้นกันแล้ว...

สำหรับฉันผู้ที่ไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับการละคร รวมทั้งรายละเอียดเชิงลึกของวรรคดีเรื่องนี้
จะว่าไปก็แทบจำเนื้อเรื่องไม่ได้ จำได้เพียงกลอนบทดังๆของเรื่องเท่านั้น เช่น

ใดใดในโลกล้วน อนิจจัง
คงแต่บาปบุญยัง เที่ยงแท้
คือเงาติดตัวตรัง ตรึงแน่น อยู่นา
ตามแต่บาปบุญแล้ ก่อเกื้อรักษา


หรือ

เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเผือพี่หลับไหล ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ




ละครวางโครงเรื่องได้อย่างแยบยล โดยนำสิ่งที่วรรณคดีสอน มาใส่ในละครซ้อนละคร โดยการเล่าเรื่องราวในวรรณคดี สลับกับฉากปัจจุบัน เพื่อให้เราเข้าใจได้ชัดเจนขึ้น และขยายความเพิ่มเติมในสิ่งที่ผู้กับกำต้องการสอนสอดแทรกลงไป ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวความรัก กับ ความหลง, Love กับ Sex, และการยึดติด โดยใช้ทั้งสัญลักษณ์ เช่น ไก่แก้ว คือเครื่องล่อ หรือตัวกระตุ้นเร้าให้หลง เป็นต้น และคำสอนของผู้รู้ในบทสนทนาระหว่างตัวละคร เมื่อดูจนจบรับรองได้ว่าคุณจะรู้เรื่องราวของ ลิลิตพระลอ ต้นฉบับโดยละเอียด พร้อมกับเข้าถึงสิ่งที่วรรคดีพยายามสอนอย่างแน่นอน

เพลงที่นำมาใช้ล้วนเป็นเพลงที่เราคุ้นเคย นำมาเรียบเรียงใหม่ ทั้งแบบบรรเลง ที่บรรเลงโดยนักไวโอลิน (ระดับโลกซะด้วย) เพราะมากจนทำให้เพื่อนที่ไปด้วยกันอยากจะวิ่งออกไปซื้อซีดีหน้าโรงมาเก็บเดี๋ยวนั้นเลยทีเดียว ประกอบกับนักร้องหลักสองคน คนแรกเป็นชายผู้มากความสามารถ สามารถขับเสภาด้วยเสียงที่ไม่เข้ากับตัวเลยจริงๆ(คุณคงคิดว่าคนขับเสภาต้องแก่ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่)และนักร้องสาวร่างอวบ น้ำเสียงทรงพลัง ผู้สามารถร้องโอเปร่า และสามารถทำเสียงได้เหมือนตุ๊กแกได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

มีการร้อง แหล่ ขับ ร่าย ผสมการพูด เรียกว่ามีทุกรูปแบบของการใช้เสียงก็ว่าได้ ติว่าบางช่วงเพลงที่เป็นพื้นดังกว่าเสียงคนเพราะบางจุดเป็นการร่ายกลอน ซึ่งเป็นภาษาโบราณอยู่แล้ว ฟังยากขึ้นไปอีก ทำให้ไม่รู้เรื่องว่ากำลังพูดหรือร้องอะไร

การเปลี่ยนฉากใช้กระจกเป็นตัวช่วย แม้จะดูง่าย แต่ก็ทรงพลังได้อย่างไม่น่าเชื่อ และการจัดแสงที่สวยมากๆ ดูเพลินตา ไม่เบื่อเลยสักตอน

ลักษณะการเต้นเป็นการประยุกต์การเต้นรำในหลายๆ รูปแบบ เข้ากับนาฏศิลป์ ติดอยู่นิดเดียวที่ออกจะกระเดียดไปทางชวาไงไม่รู้ เลยออกจะขัดใจ เพราะอยากให้เอารำแบบไทยๆ มาประยุกต์มากกว่า

อีกอย่าง อ้น สราวุฒิ ยังหล่อเหมือนเดิมเลยละ /(^o^)

แต่โดยรวมแล้วถือว่ายอดเยี่ยมมาก ถ้าหาใครให้ไปนั่งดูอีกรอบ จะรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ทันทีเลยค่ะ (ติดที่ว่ารอสปอนเซอร์อยู่ 555)

โดยจะเปิดการแสดงทุกวัน มีมาตั้งแต่ 18 มิย.ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังจะหมดวันที่ 28 มิย.นี้แล้ว ตอนนี้มี รอบ 14.30 และ 20.00 น. สามารถไปซื้อบัตรได้ที่หน้าโรงละคร หรือไม่ก็จองผ่านเว็บไซต์ ได้ที่นี่ ใครอยากดูต้องรีบๆ หน่อยแล้วค่ะ

หน้าโรงละครมี CD เพลงขาย สำหรับใครที่ไม่มีโอกาสได้ไปดู ลองหยิบไปฟัง ที่นี่

Tracklist:


แต่อยากขอร้องกว่า ถ้ามีโอกาสและทุนทรัพย์ กรุณาสนับสนุนเหล่าศิลปินและบรรดาผู้สร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ด้วยการอุดหนุนแผ่นหรือสินค้าของแท้บ้างนะคะ

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552

วงบอยไทย


"บอยไทย" เป็นวงดนตรีวงที่สองในสังกัดของบริษัทไพซิสมิวสิคต่อจากวง "กังสดาล" โดยการริเริ่มของคุณอัมพร จักกะพาก ผู้มีประสบการณ์อันยาวนานในการจัดแสดงดนตรีระดับชาติ อีกทั้งเป็นนักวิจารณ์นามปากกา "สีลม" ที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักฟังเพลง คุณอัมพรมีวัตถุประสงค์จะให้ไพซิสมิวสิคเป็นหน่วยงานเอกชนอิสระที่จะเผยแพร่ดนตรีไทยในประเทศ และต่างประเทศ และเพื่อสนับสนุนนักดนตรีอาวุโสให้ถ่ายทอดวิชาความรู้ไปจนถึงสร้างนักดนตรีไทยรุ่นใหม่เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพดนตรีไทย

ในปี พ.ศ. 2532 คุณอัมพรได้ริเริ่มตั้งวงกังสดาลโดยเชิญคุณครูจำเนียร ศรีไทยพันธุ์ (ซึ่งต่อมาได้รับเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติปี 2536) มาเป็นผู้ควบคุมวงร่วมกับนักดนตรีปี่พาทย์รุ่นใหม่ฝีมือดีจากบ้านปี่พาทย์ครูสุพจน์ โตสง่า ซึ่งเป็นตระกูลดนตรีไทยที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษในด้านระนาดเอกมาช้านาน

ต่อมาในปี พ.ศ.2536 หลังจากที่นักดนตรีรุ่นใหม่ในวงกังสดาลได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการไปแสดงดนตรีต่างประเทศหลายครั้งเช่นที่ คานาดา ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ จึงมีความคิดที่จะฟื้นฟูดนตรีไทยให้กลับมาสู่สังคมไทยในปัจจุบันอีกครั้ง จึงมีการรวบรวมตัวกันระหว่างนักดนตรีทั้งฝ่ายไทยและสากล เพื่อนำสิ่งดี ๆ จากดนตรีทั้งสองขั้วมาประยุกต์เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ และบรรยากาศใหม่ให้กับวงการดนตรีไทย

วงบอยไทยมีผลงานออกมาแล้วทั้งหมด 3 ชุด


ทั้ง 3 อัลบั้มเป็นการนำเครื่องดนตรีปี่พาทย์มาพัฒนาการเล่น และการนำเสนอให้ทันสมัย และผสมผสานกับเครื่องดนตรีสากลนับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บอยไทยสามารถลบล้างทัศนคติเดิม ๆ ที่คนเคยคิดเกี่ยวกับดนตรีไทยว่า "เชย" และ "น่าเบื่อ" ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ผลงานชุดแรกของวงบอยไทย ที่สร้างความ อือฮาให้กับวงการเพลงในบ้านเรานั้น ชื่อ SIMES SAMBA ในปี 2538 ภาพลักษณ์ความชัดเจนของ ดนตรีไทยคือ เครื่องดนตรี "ระนาดเอก" ที่เป็นหลัก และในปีนั้น ผลงานของวงบอยไทยได้ฉีกแนวสวน กระแสทางกลับของดนตรีส่วนใหญ่ในเมืองไทยและ วงบอยไทยก็ประกาศความสำเร็จ ด้วยการคว้า รางวัล สีสันอวอร์ด ( SEASON AWARDS ) ประเภทเพลงบรรเลงยอดเยี่ยมจาก เพลง A DAY ON THE SODOE ISLAND
ปี พ.ศ. 2541 วงบอยไทยได้ออกผลงานชุด ANDAMAN SUN ออกมาให้คนไทยได้ฟังอีก ด้วย ความชัดเจนของดนตรีผสมผสานกับดนตรีตะวันตก ทำให้อัลบั้มชุดนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและในวงการ โฆษณาประชาสัมพันธ์ เพราะได้นำเพลงหลาย เพลงของวงบอยไทยไปออกเป็น SOUND ประกอบ รายการ และ SPOT โฆษณาหลาย ๆ ผลงาน เช่น เพลง BURMESE SALSA และเพลง ANDAMAN

หลังจากเงียบหายไป 2 ปี วงบอยไทยได้ กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับอัลบั้ม SPICY BRAZIL ซึ่งกลุ่มผู้ฟังต่างเฝ้ารอดูการพัฒนาการ ของดนตรีอีกครั้ง และการออกอัลบั้มใหม่ชุดนี้ก็ไม่ ทำให้คนฟังผิดหวัง เมื่อเพลง TATOKUในอัลบั้มชุด นี้ก็การันตีถึงการพัฒนาของเพลงโดยการคว้าราง วัลสีสันอวอร์ด ( SEASON AWARDS ) อีกครั้ง

หลายเพลงใน 3 ชุดนี้ได้ถูกนำเผยแพร่สร้างชื่อเสียงในต่างประเทศหลายครั้ง จวบจนปัจจุบัน อีกทั้งได้รับเกียรติและความนิยมสูงสุด และอย่างไม่เสื่อมคลาย กล่าวคือ ถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบงานเผยแพร่ภาพลักษณ์ไทยทั้งในและต่างประเทศ เป็นเพลงประกอบการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเมืองไทย การท่องเที่ยวไทย เป็นเพลงประกอบการแสดงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย เป็นเพลงประกอบการสร้างบรรยากาศความเป็นไทยร่วมสมัยในงาน หรือ พิธีการต่าง ๆ เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องแสดงถึงคุณค่าของงานเพลงดนตรีไทยร่วมสมัยในนาม "บอยไทย"

ตั้งแต่ปี 2544 เศกพล อุ่นสำราญ สมาชิกรุ่นก่อตั้งได้กลับมาร่วมงานกับวงบอยไทยอีกครั้ง โดยพกพาประสบการณ์มาเต็มเปี่ยมจากการร่วมงานกับศิลปินดัง ๆ มากมายในหลากหลายสไตล์เช่น "อินฟินิตี้" "บางกอกคอนเน็คชั่น" "ทีโบน" จนพร้อมที่จะมีผลงานของตัวเองชุดแรกในชื่อ "Mr. Saxman" ในปีพ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นอัลบั้มแนวใหม่ที่มีกระแสตอบรับอย่างชื่นชม จนทำให้ฉายา "โก้ มิสเตอร์แซกแมน" เป็นที่รู้จักในฐานะมือแซ็กโซโฟนอันดับหนึ่งของประเทศไทย

อีกหนึ่งสมาชิกวงบอยไทยรุ่นก่อตั้งคนสำคัญที่ได้กลับมาร่วมงานกับทีมก็คือ ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า ซึ่งต่อมาได้เป็นที่รู้จักและชื่นชมกันทั่วประเทศจาบท "ขุนอิน" ในภาพยนตร์เรื่อง "โหมโรง" ทีมบอยไทยชุดปัจจุบันจึงมีความแข็งแกร่งด้วยประสบการ์ณของสมาชิกรุ่นก่อตั้ง ซึ่งเป็นสุดยอดฝีมือของทั้งดนตรีแจ๊ส และดนตรีไทย เสริมทัพด้วยนักดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรงที่มาร่วมสืบสานอุดมการณ์ "บอยไทย" เพื่อให้ดนตรีไทยคงอยู่ตลอดไป

ปัจจุบัน "วงบอยไทย" เล่นอยู่ที่ร้าน โรงนาบางกอก THE MUSIC BARN ( สี่แยกเหม่งจ๋าย )



“Boy Thai….Live”



บันทึกการแสดงสดชุดแรกของวงบอยไทย เพื่อเป็นการต้อนรับของการกลับมาพบกันอีกครั้งของสองสมาชิกวงบอยไทยรุ่นก่อตั้ง เศกพล อุ่นสำราญ(โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน) และณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า (ขุนอินแห่งภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง”) ท่านที่เคยชื่นชมผลงานของวงบอยไทยมาแล้ว นี่คืออรรถรสร่วมสมัยอีกมิติหนึ่ง ในบรรยากาศการแสดงสดครั้งแรกของวงบอยไทย เพลงเด่น : “เดี่ยวระนาดเพลงลาวแพนฉบับสมบูรณ์สุดฝีมือจากขุนอิน

“คอนเสิร์ตครั้งนี้ ขุนอินโชว์ลูกใหม่ไม่ได้ตีเลียดไปกับผืน แต่ตีโด่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนคนดูระทึกใจเมื่อ เห็นหัวไม้ระนาดหุ้มทองพุ่งขึ้นเหมือนกับไฟลุกที่ผืนระนาดจริงๆ โดยไม่ต้องใช้เทคนิคภาพยนตร์ช่วยเลย

track list:
1.Siamese Samba
2.ลาวดวงเดือน
3.เดี่ยวระนาดเอก
4.เพลงลาวแพน
5.พม่ากลองยาว
อัลบัมนี้ที่เคย upload ไว้ตายแล้ว ยังไม่ได้ทำใหม่เลยค่ะ ^_^ อดใจรอก่อนนะคะ

อันนี้จิ๊กของคนอื่นที่อัพไว้มาฝากไปพลางๆ ก่อน

Seven Drums

Spicy Brazil

The Third Hunter

Siamese Samba

Burmese Salsa

Burmese Long Drums

เพลงที่รวบรวมได้มาจากหลายๆ ที่ มันก็เลยปนๆ กันมีดังนี้นะคะ
- A Day on Sad island
- Andaman Sun
- Bat eats banana
- Burmese Long Drums
- Burmese Salsa
- Calypso
- GO-GO Rap
- J.J. Cha Cha Cha
- Lao Damnern Sai
- SevenDrums
- Siamese Samba
- Spicy Brazil
- The Third Hunter
เชิญหยิบไปฟังที่นี่ คุณภาพก็จะคละ bitrate นิดนึงนะคะ ^_^

รูปปกอัลบัมรวมต่างๆ